CSMBC by Dr.Daniel

CSMBC (Conscious Subconscious Mind Body Connection)

Time to Detox Your Emotion!!

CSMBC เป็นการักษอยู่บนพื้นฐานความคิดที่ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกาย จิตใจ จิตสำนึก และจิตใต้สำนึก ทำงานขัดแย้งกัน ประจุไฟฟ้าและพลังงานในร่างกายก็จะไม่ามารถไหลเวียนได้ดี ความติดขัดนี้จึงนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ

CSMBC เป็นศาสตร์การรักษาที่เกิดจากการรวมกันของ Applied kinesiology, B.E.S.T (BioEnergetic Synchronization Technique), TBM (Total Body Modification) และอื่นๆอีกมากมาย ใช้การตรวจกล้ามเนื้อ และการสัมผัสกดจุด พร้อมการหายใจเป็นจังหวะเฉพาะ เพื่อปรับให้ร่างกาย และจิตใจ ทั้งในระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกทำงานสอดคล้องกัน เพราะเมื่อร่างกายและจิตใจของเราสอดคล้องสมดุลแล้ว ร่างกายจะสามรถซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างเดิม

Muscle Testing หรือ Kinesiology เป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น และไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง แต่นี่คือเรื่องที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และที่ต่างประเทศถูกนำไปใช้ในการวินิจฉัย และช่วยในการประเมินรักษาโรคด้วยค่ะ กล่าวคือ ร่างกายของคุณ จะไม่มีวันโกหก เมื่อคุณคิด พูด หรือสัมผัสสิ่งที่เป็นปัญหา ขัดแย้งกับตัวคุณ กล้ามเนื้อของคุณจะอ่อนแรงลง แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อคุณคิด พูด หรือสัมผัสสิ่งที่ถูกต้อง สอดคล้องกับตัวคุณ กล้ามเนื้อของคุณจะมีแรงต้านได้ และอาจแข็งขึ้นได้หากสิ่งนั้นเป็นประโยชน์กับคุณ ยกตัวอย่างนะคะ เมื่อพูดว่า ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า คนที่สมองและการรับรู้ปกติ จะสามารถต้านแรงกดแขนของดร.แดเนียลได้ แต่เมื่อพูดว่า ท้องฟ้าเป็นสีเขียว แขนที่แรงดีอยู่เมื่อครู่ ก็กลับอ่อนเปลี้ยไปซะเฉยๆ เราจึงสามารถใช้ทดสอบได้กระทั่งว่า ยาหรือวิตามินตัวนี้ ดีกับคนไข้คนนี้ หรือไม่ ถ้าใช่ ปริมาณที่เหมาะสมคือเท่าไหร่ 

ในคนไข้ใหม่ที่พึ่งจะเจอดร.แดเนียลครั้งแรก ดร.จะทำการประเมินก่อนว่าคุณเป็นคนที่สมองทำงานปกติหรือเปล่า เพราคนที่สมองทำงานกลับด้าน อาจมีแรงต้านดีขึ้น เมื่อพูดว่าท้องฟ้าเป็นสีเขียวก็เป็นได้! ถ้าไม่ลองเชคดูก่อนละก็ การทดสอบอื่นๆต่อไป ก็อาจจะแปลผลผิดพลาดไปหมดเลยก็ได้ นอกจากนี้ การตรวจกล้ามเนื้อนี้ ยังสามรถใช้ประเมินว่าสมองซ้ายขวาทำงานสัมพันธ์กันหรือไม่ ภาวะสมองซายขวาทำงานไม่สัมพันธ์กันนี้ จะทำให้การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผลดี หากไม่ปรับให้มันสัมพันธ์กันซะก่อน คนที่สมองซ้ายขวาทำงานไม่สัมพันธ์กัน มักมาด้วยอาการสับสน มึนงง ไม่มีสมาธิ เด็กสมาธิสั้น ปัญหาการเรียน ตาเหล่ ตาเข เป็นต้น

การรักษาด้วย CSMBC นั้น ทำโดยอาศัยหลักการที่ว่า โรค หรือ ความไม่สบายใดๆ ล้วนแล้วแต่เกิดจากความแปรปรวนของระบบใดระบบหนึ่งต่อไปนี้

1.       Physical ระบบประสาทอัตโนมัติ รวมถึง กระดูกโครงสร้างร่างกาย และ เส้นประสาทต่างๆที่ออกมาจากโครงสร้างกระดูก

2.       Emotion อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเราอยู่ตลอดเวลา

3.       Chemical or Functional หมายรวมถึงสารเคมี ฮอร์โมน และหน้าที่การทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

สมมตินะคะ เช่น ถ้าคนไข้มาด้วยเรื่องสิว การทายาสิวอย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์ หากว่าสิวนั้นเกิดจากความเครียด หรือสิวนั้นเกิดจากลำไส้ที่ทำงานไม่ดีจนระบบดีทอกซ์แปรปรวน หรือเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่เส้นประสาทเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณใบหน้าได้ไม่ดี ทำให้ผิวหน้าไม่ดีไปด้วย เห็นไหมคะ แค่เรื่องสิวๆแบบนี้ หากไม่พิจารณาถึงองค์ประกอบทั้งสามอย่าง ก็ยากที่จะรักษาได้ดี

อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ คนที่มีอาการปวดเรื้อรัง นิ้วล๊อก ไหล่ติด ข้อนู่นนี่อักเสบ อาจเกิดจากภาวะความเป็นกรดในร่างกายมากเกินไปก็ได้ ซึ่งความเป็นกรดนี้ อาจเกิดได้จากความเครียด หรือการทานผักน้อย เนื้อเยอะ หรือน้ำตาลเยอะก็เป็นได้ หากจะกินแต่ยาแก้ปวด ก็ได้แค่รักษาอาการที่ปลายทาง ไม่หายขาด เพราะไม่แก้ที่ต้นเหตุซะทีนะคะ ทราบอย่างนี้แล้ว มาลองพิจารณามองดูกันทีละเรื่องนะคะ

Physical

             ในที่นี้หมายถึง โครงสร้างทางกายภาพ อันได้แก่ กระดูกสันหลัง ซึ่งมีเส้นเลือด เส้นประสาทออกจากหลังมากมาย เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย (สามารถโหลดดูภาพประกอบ Chart of effects of spinal misalignment ที่แนบไว้ด้านล่างนะคะ) ยกตัวอย่างนะคะ กระดูก T3 มีเส้นประสาทไปเลี้ยงบริเวณปอด และหลอดลม คนทั่วไปเวลาเป็นหวัด ร่างกายอาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการรักษาซ่อมแซมตัวเอง แต่คนที่มีกระดูก T3 ผิดปกติ ทำให้การไหลเวียนของเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงไม่ดีไปด้วย ทำให้อาจมีอาการไอเรื้อรัง เป็นเวลานาน หรือเป็นหนักกว่าชาวบ้านเขาได้ หรือกระดูก L3 มีเส้นเลือดเส้นประสาทไปเลี้ยงบริเวณมดลูก รังไข่ หัวเข่า ทำให้คนที่มีความผิดปกติบริเวณกระดูกนี้ จะมีอาการปวดท้องประจำเดือนก็เป็นได้ คำว่าผิดปกติในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าต้องบิดเบี้ยวผิดรูปชัดเจนขนาดเห็นชัดในฟิลม์เอ็กซเรย์นะคะ อาจเป็นเพียงแค่การไหลเวียนของพลังงานแถวนั้นติดขัด ถ้าจัดให้เข้าที่ ก็จะกระตุ้นให้ระบบกลับมาทำงานในสมดุลเหมือนเดิมได้ค่ะ

นอกจากนี้ Physical ยังรวมถึงระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System—ANS) ซึ่งควบคุมบงการทุกอย่างของร่างกาย ระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายมีหลักๆแล้ว 2 ระบบนะคะ อันนึงเปรียบเสมือนเป็นเบรก (Parasympathetic Nervous System) อีกอันเป็นคันเร่ง (Sympathetic Nervous System) ซึ่งทั้งสองระบบนี้ต้องทำงานควบคู่ควบคุมทั้งร่างกายเราไปอย่างสมดุล เช่น เวลาที่ต้องตื่นเต้น ระบบคันเร่งก็จะทำงานเยอะ ทำให้ม่านตาโต หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดไปเลี้ยงที่สมองและกล้ามเนื้อมากกว่าที่กระเพาะและลำไส้ ทำให้สมองตื่นตัว และไม่ค่อยอยากอาหาร เวลาพักทานข้าว ระบบเบรกก็ทำงานเยอะหน่อย หัวใจเต้นช้าลง เส้นเลือดไปเลี้ยงที่กระเพาะลำไส้มากหน่อย อาหารจะได้ย่อยดีๆ หากเส้นประสาทอัตโนมัติซึ่งออกมาจากกระดูกสันหลังบริเวณไหนผิดปกติ ก็จะทำให้ระบบที่เส้นประสาทนั้นควบคุมรวนไปด้วยได้ เช่น ถ้าเกิดระบบคันเร่งมาทำงานเยอะเกินตลอดเวลา ก็อาจทำให้เราใจสั่น เหงื่อออกง่าย การย่อยอาหารไม่ดี ท้องอืด ท้องผูก นอนไม่หลับ เป็นต้น เห็นไหมคะ รวนที่ระบบไฟฟ้าตรงนี้หน่อยเดียว เกิดอาการขึ้นได้มากมาย ถ้าเราจะกินยาตามอาการ ก็ต้องกินกันไปทุกอาการ ไม่หายซะทีอีกตะหาก แต่ถ้าเรารักษาได้ตั้งแต่ที่ต้นระบบ ปรับให้ระบบประสาททำงานในสมดุล อาการทุกอย่างก็จะหายไปได้เอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งยาซักเม็ดเดียวค่ะ ดร.แดเนียลเป็นไคโรแพรคเตอร์ผู้มีประสบการณ์ชำนาญทำงานมากว่า 40 ปี ดังนั้นเขาจัดกระดูกคุณเข้าที่ได้สบายๆเลยค่ะ นอกจากจะดัดจัดกระดูกแล้ว ดร.แดเนียลยังชำนาญในการ fine-tune หรือปรับพลังานไฟฟ้าของระบบประสาทอัตโนมัติของคุณอีกด้วยค่ะ

Emotion

               หมายถึง อารมณ์ เพราะร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันชนิดที่แยกออกจากกันไม่ได้ เคยสังเกตไหมคะ อาการปวดสะบัก เกิดขึ้นสัมพันธ์กับความเครียด นั่งหน้าคอมเหมือนกัน ไม่ได้จะปวดสะบักปวดคอกันทุกคนนะคะ นั่งเล่นเกมไม่ปวดคอ นั่งทำบัญชีทีไร ปวดคอหนักหัวทุกที หรืออบางคนที่ปวดหัวทุกวัน เวลาไปเที่ยวกลับลืมเรื่องปวดหัวไปเลยก็เป็นได้ ขออนุญาตเล่าตัวอย่างเคสนะคะ เด็กสาวคนนึงแอบเอารถพ่อมาขับ ทั้งๆที่ยังไม่มีใบขับขี่ ปรากฎว่าเกิดอุบัติเหตุเล็กๆขึ้น รถชนท้ายกัน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ รถก็เพียงสีถลอกเท่านั้น แต่เด็กสาวคนนี้กลับปวดคอไหล่ไปอีก 5 ปี ทั้งๆที่ตรวจร่างกาย x-ray, MRI ทุกอย่างแล้วปกติดี เมื่อมาตรวจกับดร.แดเนียล เค้าก็พบว่าเด็กคนนี้มีความแปรปรวนของอารมณ์อยู่ และอารมณ์ที่ติดซ่อนอยู่นั้นก็คือ Guilt หรือความรู้สึกผิด เมื่อดร.แดเนียลให้เด็กสาวนี้คิดถึงเรื่องที่รู้สึกผิดที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เธอก็คิดถึงเรื่องรถของพ่อนี่แหละ ผลก็คือภายหลังการรักษด้วย CSMBC เพียงครั้งเดียว เด็กคนนี้ไม่ปวดคอ ปวดไหล่อีกเลย เรื่องนี้นะคะ แสดงให้เห็นว่า อารมณ์ และร่างกายสัมพันธ์กันอย่างมาก ทุกอารมณ์ทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะจากสมอง หรือหัวใจ ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้า และประจุต่างๆกัน เมื่ออารมณ์เกิดติดขัด ขัดข้อง กระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียน รวมถึงพลังงาน ชี่ เลือดลมต่างๆในร่างกายก็เกิดการติดขัดขัดข้องไปด้วย ทำให้อวัยวะต่างๆไม่สามารถซ่อมแซมได้ อย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่แดเนียลทำ คือการปรับให้คลื่นเหล่านี้ อยู่ในสมดุลที่ถูกต้อง เพื่อให้การไหลเวียนกลับมาไหลลื่น และร่างกายซ่อมตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น 

             อารมณ์ของคนเรามีอยู่มากมายหลากหลาย แต่ก็พอจะแบ่งหมวดหมู่ออกได้ เป็น บวก กับ ลบ แดเนียลจะหาอารมณ์ด้านลบที่ติดค้างติดขัดอยู่ในตัวคุณ ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วข้างต้นนะคะ อารมณ์ ความคิดแต่ละอัน ทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้า ความถี่คนละแบบ เวลาที่แดเนียลจะขจัดอารมณ์ด้านลบของคุณ เขาไม่สามารถใช้มือหยิบออกไปทิ้งได้ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้นะคะ (ยืนยันว่าการรักษานี้เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ไสยศาสตร์นะคะ!) ดังนั้น เขาจะให้คุณคิด ถึงอารมณ์ ความรู้สึกด้านลบ เพื่อกระตุ้นให้คลื่นไฟฟ้าความถี่ลบๆนั้น resurface ขึ้นมา (เค้าจะทดสอบด้วยนะคะ ด้วยการกดแขนเรา เพื่อดูว่าความคิดลบๆนั้นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาติดขัดกับเราจริง หรือเปล่า หากเป็นปัญหาจริง เราก็จะต้านเขาไม่ได้ค่ะ คือเหมือนเป็นการทดสอบว่าเราคิดถูกเรื่องมั้ย) หลังจากนั้น ก็จะให้คุณคิดถึงอารมณ์ด้านบวก เพื่อกระตุ้นคลื่นไฟฟ้าความถี่บวกๆ จึงทำให้คลื่นมันสลายกัน กลายเป็นอารมณ์ตรงกลางที่สมดุล ซึ่งอารมณ์ลบและบวกนี้ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นคำตรงข้ามกันก็ได้ เช่น อาจเป็นคำว่า หงุดหงิด กับคำว่า ซื่อสัตย์ ก็เป็นได้ ขอเพียงแค่ สำหรับคนคนนึง ณ เวลานั้น ด้วยพื้นฐานแบบนั้นแล้ว มันจะเคลียร์กันได้ นอกจากการคิดแล้ว แดเนียลจะสัมผัสเราที่บริเวณหน้าผาก พร้อมกับให้เราหายใจเข้าและกลั้นค้างเอาไว้ พร้อมกับนึกถึงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง มองไปทางทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจจะกำลังคิดว่า นี่เป็นไสยศาสตร์ ย้ำอีกครั้งนะคะ ว่าไม่ใช่ การมองไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เปิดตาใดตาหนึ่ง คิดถึงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง กระตุ้นสมองคนละส่วนกันค่ะ บางคนอาจสังเกตได้นะคะ บางครั้งเวลาแดเนียลปิดตาซ้ายเรา แขนเรามีแรงต้านเขาได้ แต่พอเขาย้ายมาปิดตาขวาเรา เรากลับหมดแรงต้านไปดื้อๆ ทั้งนี้ เพราะแค่การปิดตา ก็ activate สมองคนละส่วนกันแล้วค่ะ ดังนั้นเราจึงแนะนำว่า เวลาเข้าไปรักษากับแดเนียล ไม่ต้องคิดกังวลเรื่องอื่น ไม่ต้องคิดวอกแวกหาเหตุผล ไม่ต้องคิดปฏิเสธไม่ยอมรับ เพียงแค่คิดทำตามก็พอค่ะ เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวคุณเอง เวลที่คุณคิดวุ่นวาย คุณกลับสร้างคลื่นไฟฟ้าให้ยิ่งตีกันมากขึ้นในหัว รบกวนการรักษาของตัวคุณเอง ไม่ต้องพยายามช่วยสร้างคลื่น สวดมนต์ อะไรอย่างอื่นด้วยนะคะ นิ่งๆ ว่างๆ ทำตามที่เค้าบอกก็พอ

Chemical or Functional

            คือหน้าที่การทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายค่ะ เหมือนเดิม แดเนียลสามารถทดสอบดูได้ ว่าอวัยวะของเราชิ้นไหนทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ด้วยการสัมผัสที่อวัยวะนั้น แล้วกดแขนให้เราต้านค่ะ ถ้าสิ่งนั้นเป็นปัญหา ขัดแย้งกับตัวเราเองเราก็จะต้านไม่ได้ เช่น ถ้าจับที่ตับ แล้วแขนเราต้านไม่ได้ ก็ตับเรามีปัญหา ถ้าจับที่ไต แล้วเราต้านได้ ไตเราก็ไม่มีปัญหา นอกจากนี้เขายังสามารถทดสอบว่าระบบการเผาผลาญน้ำตาลของร่างกายเรามีปัญหาหรือไม่ ด้วยการทดสอบที่ขาค่ะ ถ้าใครที่มีปัญหาล่ะก็ จะโดนให้คุมอาหารสูตรพิเศษ เป็นระยะเวลานึงเลยล่ะค่ะ ในการรักษาอวัยวะนี้ ดร.แดเนียลจะให้คุณเอามือจับที่แต่ละอวัยวะเหล่านั้น แล้วให้สูดหายใจเข้าและค้างกลั้นไว้ตามจังหวะที่เขานับ พร้อมกับที่เขาจะเคาะตามจุดต่างๆ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เลือดและออกซิเจนไปยังอวัยวะเหล่านั้น เพื่อกระตุ้นให้มันกลับมาทำงานในสมดุลในระบบอย่างที่ควรจะเป็น

            เห็นไหมคะ สุขภาพที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ต้องให้ความสำคัญกับทั้งสามระบบนะคะ แต่เวลาที่ทำการรักษา เราจำเป็นต้องรักษาตาม priority หรือสิ่งสำคัญที่ร่างกายต้องการก่อนนะคะ บางคนอาจมาด้วยอาการปวดเข่า แต่ดร.แดเนียลกลับรักษาแต่หัวใจ ทั้งนี้เพราะร่างกายพิจารณาว่า หัวใจเป็น priority หรือสิ่งที่ต้องมาก่อน เพราะหากผิดปกติ ถือเป็นภาวะที่คุกคามต่อชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการพิจารณาว่าจะรักษาอวัยวะไหนก่อน ไม่ใช่ดร.แดเนียลหรือคนไข้เป็นผู้เลือกนะคะ ร่างกายของคุณคนไข้ เป็นผู้เลือกเองค่ะ ลองฟังตัวอย่างนะคะ เช่น กลับไปเรื่องคนที่มาด้วยเรื่องสิวนะคะ เวลารักษา ดร.แดเนียลไม่ได้เริ่มที่ผิวหนังแน่นอนค่ะ ผิวหนังเป็นอวัยวะปลายทางที่ มีหน้าที่แค่แสดงอาการออกมา แต่ต้นตอความผิดปกติ มาจากภายในค่ะ อย่างที่บอกไปแล้วนะคะ เค้าอาจมีกระดูก T11 ผิดปกติ หรือเค้าอาจมีลำไส้ผิดปกติ หรือเค้าอาจมีอารมณ์อะไรบางอย่างที่ติดขัดอยู่ก็เป็นได้ ทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงใช่ไหมคะ ว่าจะรักษาอะไรก่อน ดร.แดเนียลก็จะถามร่างกายตามหลักการของ Kinesiology คือการตรวจกำลังแขน muscle testing นั่นแหละค่ะ เพื่อถามร่างกายว่า  priority คือ physical (โครงสร้าง), Emotion (อารมณ์), หรือเป็น Chemical (การทำงานของอวัยวะต่างๆ) ทั้งนี้สุขภาพคนเราเปรียบได้เหมือนกับหัวหอม ที่เราอาจต้องปลอกกันออกไปทีละชั้น ร่างกายอาจต้องการให้รักษาอย่างหนึ่งก่อน ถึงจะไปต่อที่อีกอย่างหนึ่งได้

            ในการรักษา ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชม. บางคนอาจมากกว่า หรือน้อยกว่านี้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายอิ่มตัวกับการปรับแล้วหรือยัง ทุกครั้งที่มีการปรับ ร่างกายก็จะต้องดึงพลังงานมาใช้ ก่อนที่ดร.แดเนียลจะรักษา priority อื่นๆต่อ เขาก็จะต้องถามร่างกายเราด้วยหลักการของ kinesiology ว่าวันนี้ยังมีปัญหาอะไรให้รักษาอีกไหม ถ้าร่างกายต้านได้หมดแล้ว ก็แปลว่าปัญหาของวันนี้หมดแล้ว แน่นอนว่าไม่ได้หมดจริงๆหรอก แต่ร่างกายได้รับการปรับจนอิ่มตัวแล้ว และ ณ วันนี้ไม่มี ram หรือหน่วยความจำพร้อมที่จะให้ปรับระบบอะไรต่อได้อีก

            สรุปนะคะ ว่าการรักษาของดร.แดเนียลคือการปรับสมดุล ให้ร่างกายและจิตใจ ทั้งจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกทำงานสอดคล้องกัน เพื่อให้นำมาซึ่งสุขภาพที่ดี คนที่มีโรค การรักษานี้ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณซ่อมแซมตัวเอง คนที่ไม่มีโรค การรักษานี้ จะช่วยให้คุณได้ detox ที่สำคัญคือการดีทอกซ์ทางอารมณ์ คนเรามีอารมณ์บวกลบเกิดขึ้นตลอดเวลาค่ะ เมื่อไหร่ที่รวนมาก ก็จะเกิดโรค หากคอยระบายออกได้เรื่อยๆ ก็จะเป็นการป้องกันการเกิดโรค ทำให้สุขภาพกายและใจแข็งแรงค่ะ

             หากยังมีข้อสงสัยประการใด ติดต่อสอบถามได้ที่พนักงาน หรือส่งอีเมลคำถามของคุณมาที่ acantus_wellness@yahoo.com   ภาษาอะไรก็ได้ หากเจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้ จะทำการส่งต่อให้คุณหมอท่านอื่นค่ะ หรือถ้ามีเวลา จะถามกับแดเนียลโดยตรงเลยก็ได้นะคะ แต่ขอแนะนำนะคะ ว่าคนที่ได้ผลการรักษาดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เข้าใจดีที่สุดค่ะ แต่เป็นคนที่เข้าไปแบบโล่งๆ ปล่อยใจว่างๆ ทำตามที่เขาบอก แค่นั้น ก็พอแล้วค่ะ ถ้าอ่านมาถึงจุดนี้แล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เข้าไปรักษาแบบใจเปิดกว้าง แล้วค่อยกลับออกมาอ่านดูอีกครั้งก็ได้ค่ะ 

ดร.แดเนียลจะมาเมืองไทยทุกๆสองเดือนนะคะ ท่านที่สนใจสามารถโทรสอบถามตารางออกตรวจได้ที่คลินิก 029829922 หรือ 0814982618 โดยสามารถโหลดแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อกรอกประวัตินำมาในวันตรวจ หรือจะเผื่อเวลามากรอกที่คลินิกก็ได้ค่ะ